สดจากสนามข่าว
กมล แย้มอุทัย สันติ ประหร่ำภากรณ์
เรื่อง/ภาพ
หญิงสาวเดินทางคนเดียว ตัดสินใจเลือกใช้รถแท็กซี่เพื่อหวังความรวดเร็วและปลอดภัย แต่กลับโชคร้ายมาเจอคนขับรถแท็กซี่หื่น ชิงทรัพย์แถมยังพยายามขืนใจ โชคดีที่เจ้าตัวมีสติจึงรอดมาได้โดยไม่บุบสลาย
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. วันสงกรานต์ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี ผู้เสียหาย อาชีพพยาบาล ได้เรียกรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีฟ้า ทะเบียน ทร 6793 กทม. ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านฝั่งธนบุรี กทม.
น.ส.เอ ให้โชเฟอร์แท็กซี่ไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิตเพื่อกลับบ้านต่างจังหวัด ในช่วงวันหยุดยาวโดยขึ้นนั่งบนรถแท็กซี่บริเวณเบาะหลังเยื้องผู้ต้องหา
โชเฟอร์แท็กซี่ ออกรถอย่างรวดเร็ว ขับไปตามถนนเพชรเกษมตัดเข้าถนนราชพฤกษ์ ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปภายในซอยวัดสังฆทาน ซึ่งเป็นซอยเปลี่ยว โดยอ้างว่าเป็นทางลัด
สุดท้ายมันก็แสดงตัวเป็นโจรร้าย โดยใช้มีดจี้บังคับให้น.ส.เอ ส่งเงินจำนวน 4,000 บาทที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ให้ แต่น.ส.เอต่อรองส่งให้เพียง 2,000 บาท ส่วนอีก 2,000 บาท ขอเป็นค่ารถเพราะจะกลับบ้านต่างจังหวัด
แต่แทนที่ได้เงินแล้วโจรร้ายจะพอใจ กลับใช้มีดจี้บังคับให้หญิงสาวลงจากรถแล้วบังคับให้เดินเข้าไปในพงหญ้า ก่อนจะลงมือปลุกปล้ำพยายามข่มขืนแต่ไม่สำเร็จ
น.ส.เอ ที่แม้นจะตกใจแต่ก็ควบคุมสติได้ดี จึงแกล้งพูดดีด้วยพร้อมออกอุบายให้คนร้ายพาไปโรงแรมม่านรูด โดยจะยอมให้โดยไม่ขัดขืน นาทีนั้นไอ้โจรชั่วนึกในใจว่าโชคดีแล้วกู จึงตกลงตามข้อตกลงของหญิงสาว
แต่มันก็ยังไม่สิ้นลายเสียทีเดียว โดยได้ถอดเสื้อเชิ้ตของน.ส.เอ มามัดมือไพล่หลังไว้ แล้วปรับเบาะให้นอนราบ ก่อนใช้เสื้อมัดปากและเอาหมวกปิดตาไว้จากนั้นได้ขับรถพาเข้าไปในโรงแรมฟอร์ยูอินน์ ในพื้นที่ สภ.บางกรวย
พอไปถึงมันก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดในห้องทันที ระหว่างที่มันลงไปชำระเงินค่าห้อง น.ส.เอ อาศัยจังหวะนั้นลงจากรถและวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานของโรงแรม ในสภาพที่ถูกมัดไว้ทั้งมือและปาก
โจรหื่น ถึงกับหน้าซีดรู้ได้ทันทีว่า หลงกลเสียแล้ว มันจึงวิ่งขึ้นรถแล้วขับหนีออกจากโรงแรมไปโดยได้โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง กระเป๋าเสื้อผ้าและกระเป๋าเงินของผู้เสียหาย ติดไปกับรถแท็กซี่ด้วย
หลังเกิดเหตุพนักงานโรงแรมได้พาผู้เสียหายมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ
พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.นนทบุรี พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ภักดีณรงค์ รอง ผบก. พ.ต.อ.วีรยุทธ ประสานนาม ผกก.สภ.บางกรวย พ.ต.ท.ธรรศกร ก้อนทอง รอง ผกก.สส. พร้อมชุดสืบสวน รีบลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งที่โรงแรมที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คนร้ายใช้
ข้อมูลสำคัญที่มีคือทะเบียนรถแท็กซี่ เมื่อตรวจสอบก็ทราบว่ามีนายปฏิวัติ หรือป๋อง บุญเสงี่ยม อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 14 ต.สรงยาง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี เป็นผู้ขับขี่
เมื่อนำรูปไปให้น.ส.เอ และพยานชี้ก็ยืนยันตรงกันว่าเป็นคนร้ายจริง ตำรวจจึงขออนุมัติหมายจับ จากศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.229/2559 ลงวันที่ 14 เม.ย.2559 พร้อมเร่งติดตามจับกุมตัว
ชุดสืบสวนติดตามอย่างไม่ลดละ จนในที่สุดก็สืบทราบว่า นายปฏิวัติ หนีไปปฏิบัติธรรม อยู่ที่วัดปิปผลิวนาราม ในจังหวัดระยอง จึงนำกำลังติดตามจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมของกลาง เงินสด 8,000 บาท พระเลี่ยมทอง จำนวน 1 องค์ รถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้าอัลติส สีฟ้า ทะเบียน ทร 6793 กทม.
แท็กซี่หื่นให้การว่า ก่อนก่อเหตุไม่ได้นอนมา 3 วัน เนื่องจากเสพยาไอซ์เข้าไป วันเกิดเหตุตนต้องการจะหาเงินมาจ่ายค่าเช่าแท็กซี่ที่ค้างไว้ และหาเงินมาซื้อเบียร์กินเนื่องในวันสงกรานต์
จนมาพบผู้เสียหายเรียกให้ไปส่งที่หมอชิต จึงวางแผนขับรถเข้าไปในซอยเปลี่ยว ก่อนจะใช้มีดคัตเตอร์จี้ขู่บังคับให้ผู้เสียหายส่งเงินมาให้หมด หลังจากได้เงินแล้วตนเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงบังคับให้ผู้เสียหายลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปในป่าหญ้าเพื่อข่มขืน แต่ไม่สำเร็จ
ก่อนที่ผู้เสียหายจะหลอกให้ตนพามาที่ม่านรูด โดยที่ตนได้มัดมือผู้เสียหายไพล่หลัง ปิดปาก ปิดตา เมื่อมาถึงโรงแรมม่านรูดตนจึงได้ขับรถแท็กซี่เข้าไปจอดด้านในม่านรูด แล้วเดินมาจ่ายเงินค่าห้องพักที่เคาน์เตอร์ เนื่องจากเกรงว่าพนักงานม่านรูดจะเห็น
ขณะกำลังจ่ายเงินอยู่นั้นผู้เสียหายได้วิ่งมาร้องขอความช่วยเหลือกับพนักงานโรงแรม ด้วยความตกใจตนจึงรีบขึ้นรถแล้วขับหลบหนีออกมา
โดยนำเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปทิ้งตามจุดต่างๆ ก่อนจะหนีไปปฏิบัติธรรมที่วัดปิปผลิวนาราม จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวได้ ต้องขอโทษผู้เสียหาย และขอโทษเพื่อนแท็กซี่ในสิ่งที่ทำลงไป เนื่องจากเมายา และต้องการเงินไปใช้จ่ายช่วงสงกรานต์จึงลงมือก่อเหตุ
ต้องยกความดีให้เหยื่อสาวรายนี้ที่มีสติ แก้ไขสถานการณ์จนสามารถเอาตัวรอดมาได้ ไม่เช่นนั้นคดีนี้อาจกลายเป็นเหตุร้ายแรง อาจถึงเสียชีวิตก็เป็นได้
